หากคุณมีใจที่จะเป็นช่างทำผม
มีทุนที่จะเริ่มเรียนอาชีพนี้ และคิดว่าตนเองมีความ
อดทนและมีความพยายามมากพอ สิ่งที่คุณจะต้องคิดเป็นอันดับต่อมาก็คือ
มองหา
โรงเรียนเสริมสวยสักแห่งที่จะคุณฝากฝี เฮ้ย!! ฝากผีฝากไข้ได้สักแห่ง..
แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่า
จะเรียนที่ไหนดี ผมจะชี้แนะเพียงว่า โรงเรียนที่น่าเรียนคือ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงมีคุณภาพ
การเรียนการสอนเป็นระบบ และใกล้บ้านท่านหรือไม่ไกลจนเกินไป เพราะการเลือกโรงเรียน
ที่ไกลบ้านมาก ๆ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านอาจเกิดความขี้เกียจที่จะเดินทาง
ไปเรียนเข้าสักวันได้ ทำให้ท่านขาดเรียนบ่อย ไม่ต่อเนื่องได้ เพราะการเรียนแบบไม่ต่อเนื่อง
จะทำให้ฝีมือของคุณอยู่กับที่ไม่พัฒนาแต่ก็ต้องดูอีกว่าโรงเรียนเสริมสวยที่ใกล้บ้านจริง
ๆ
นั้นมีคุณภาพ สอนดีจริง ๆ หรือเปล่า ถ้าไม่ดีจริง ๆ อย่าเรียนดีกว่าเพราะจะเสียทั้งเงิน
และเสียทั้งเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แถมยังจะไม่เก่งอีกด้วยครับผมเคยเจอบุคคล
ที่ผ่านโรงเรียนแบบนั้นมาแล้ว
โรงเรียนที่สอนดีและมีคุณภาพที่แน่นอน
คือโรงเรียนเสริมสวยเกศสยาม และ โรงเรียน
เสริมสวยเกตุวดี แกนดินี แต่ถ้าเป็นโรงเรียนโรงเรียนอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียงอันนี้คุณต้องอาศัย
ปัจจัยหลายอย่างช่วยในการตัดสินใจ เช่น ค่าเล่าเรียน , สถานที่เรียน
, ระยะเวลาหลักสูตร
(โดยทั่วไปเต็มหลักสูตรอยู่ที่ 4-8 เดือน) , การเดินทาง , ความน่าเชื่อถือ
, ผลงานของลูกศิษย์
ที่จบจากสถาบันนั้น ๆ เป็นต้นแต่ปัจจัยที่ไม่สามารถจะมาเป็นตัวกำหนดได้ว่าโรงเรียน
แห่งนั้นน่าเรียนหรือมีคุณภาพได้ก็คือ จำนวนนักเรียนที่เข้าไปเรียนนั้นเยอะ
ก็ไม่สามารถ
บอกได้ว่าโรงเรียนนั้นสอนดี , ทางโรงเรียนเสริมสวยรับประกันว่าจบจากสถาบัน
แล้วมีงานให้ทำ หรือมีเส้นสายที่จะฝากได้ เป็นต้น
หากแต่คุณเลือกสถาบันแล้ว
เสียค่าเล่าเรียนแล้ว ถึงจะมารู้ทีหลังว่าสอนไม่ดี อาจารย์
ไม่มีคุณภาพ ก็อย่าเพิ่งคิดมาก แต่พยายามกอบโกยความรู้จากโรงเรียนให้มากที่สุด
เพราะไม่มีใครที่จะเก่งและเป็นช่างทำผมที่มีคุณภาพได้จากการจบโรงเรียนเสริมสวยเพียง
แค่แห่งเดียว
อย่างน้อยคุณจะต้องเรียนต่ออีกสักสถาบันที่สอนการตัดผมผู้ชายโดยใช้
ปัตตาเลี่ยนแน่นอนครับ สถาบันที่สอนเรียนปัตตาเลี่ยนดีก็มีหลายแห่ง
เช่น โรงเรียนสอนตัด
แต่งผมชาย ธนาฤทธิ์ (แยกคลองตัน) เป็นต้น อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ
แต่ผู้เขียนเคยได้
ไปเรียนมาหลายแห่ง คิดว่าสถาบันไหนดีก็จะแนะนำ สถาบันไหนไม่ดีก็มีเยอะ
แต่จะไม่พูดถึง
ดีกว่านะครับ
สุดท้าย สิ่งที่จะฝากก็คือ
อาชีพช่างทำผมนั้น เรียนไม่มีวันหมดหรอกครับ เพราะ
จะมีของใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อย ๆ จงพยายามตามให้ทัน ถึงแม้จะได้เป็นช่างไปแล้ว
ทั้งเป็น
ลูกจ้างก็ดี หรือเป็นเจ้าของกิจการเองก็ดี ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา
ช่างทำผมที่จะเก่งได้ย่อมต้องอาศัยประสบการณ์เป็นเครื่องบ่งบอกฝีมือ
นอกจากนี้
ยังต้องมีความคิดสร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่ สวยงามอยู่ตลอดเวลา
พึงคิดไว้เสมอว่า
การลอกเลียนแบบความคิดคนอื่นไม่ใช่หนทางที่ดี เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดนะครับ
หากมีข้อสงสัยต้องการคำแนะนำสามารถติดต่อสอบถามผู้เขียนได้จาก e-mail
นะครับ ที่ [email protected]
Bundit
Laosujaritkul : Hair Stylist

